ตุลาคม 31, 2020
New

ใครที่ชอบซื้อของออนไลน์ ผูกบัตรเครดิตกับแอปฯ ระวัง! เงินหายไม่รู้ตัว!

เดี๋ยวนี้จะทำอะไรจะซื้ออะไรก็ง่ายไปหมดไม่ว่าจะเป็นการจ่ายเงินค่าโทรศัพท์​ ซื้อของออนไลน์ จ่ายเงินค่าสตรีมมิ่งออนไลน์ต่างๆ แต่อย่าลืมว่าง่ายเราก็ง่ายเขาได้เหมือนกันสิ่งที่ตามมานั่นคือบางครั้งเราอาจโดนเอาเปรียบแบบไม่รู้ตัวหรือข้อมูลส่วนตัวของเราถูกนำไปใช้โดยที่เราไม่ยินยอม ความจริงแล้วไม่ใช่ความผิดของผู้บริโภคเลยแม้แต่น้อย แต่เมื่อเกิดเรื่องอะไรขึ้นมากลับกลายเป็นเราที่ต้องไปตามเรื่องให้ตัวเองและไม่สามารถเอาผิดอะไรแอปพลิเคชันเหล่านั้นได้มากนัก เราจึงอยากบอกเล่าเตือนภัยและให้ทุกคนเตรียมตัวเอาไว้เผื่อว่าวันหนึ่งเราโดนตัดเงินจากบัตรไปแบบไม่อนุญาต เราสามารถทำอะไรได้บ้างหากเรายกเลิกบริการจากแอปพลิเคชันนั้นๆไปแล้วแต่ยังโดนตัดเงินจากบัตรอยู่จะทำยังไงดี

ติดต่อธนาคารของบัตรนั้น

วิธีที่ง่ายที่สุดก็คือติดต่อธนาคารเพื่อแจ้งปัญหานี้ โดยเจ้าหน้าที่จะถามคำถามเราเพื่อความปลอดภัย เพื่อยืนยันตัวตนว่าเราเป็นเจ้าของบัตรจริง ๆ หลังจากนั้นก็จะสามารถแจ้งปัญหาเหล่านั้นได้ เช่น การโดนตัดเงินจากแอปพลิเคชันโดยที่เราไม่ยินยอม ทางธนาคารจะแนะนำให้เราไปที่ธนาคารสาขาใดก็ได้ เพื่อกรอกคำร้องขอเงินคืน โดยต้องพกสมุดบัญชี บัตรเดบิตหรือเครดิต และบัตรประชาชนไปด้วย และต้องไปทำเรื่องภายใน 3 วันทำการหลังจากที่โทรฯแจ้งเจ้าหน้าที่ (วันทำการจันทร์-ศุกร์)

บริการที่จะได้จากธนาคารก็จะเป็นการตามเรื่องเราว่าเราได้ไปยื่นเรื่องหรือยัง พนักงานคนไหนเป็นคนทำเรื่องให้ ถือว่าบริการทุกระดับประทับใจจริง ๆ

หลักฐานที่ควรมีเก็บเอาไว้

หากทำการยกเลิกบริการนั้นไปแล้วแต่ยังโดนเรียกเก็บเงินอีก สิ่งที่ต้องมีเลยก็คือหลักฐานการยกเลิกบริการ ไม่ว่าจะเป็น E-mail, SMS หรือรูปแคปจากแอปพลิเคชัน เพื่อยื่นพร้อมกับเอกสารคำร้องขอเงินคืนกับทางธนาคาร เพราะฉะนั้นเวลาสมัครหรือยกเลิกบริการอะไรก็ควรเก็บหลักฐานทุกอย่างเอาไว้ตลอดเวลา เผื่อว่าจะได้ใช้

ควรสมัคร SMS แจ้งเตือนเงินเข้า-ออกของบัญชีธนาคารเอาไว้ด้วย

บางทีถ้าเราไม่ได้สนใจบัญชีเลยและไม่ได้มี SMS ส่งมาบอกว่าเราใช้เงินอะไรบ้าง หรือใช้บัตรรูดที่ไหนบ้าง แล้วเกิดเหตุการณ์ที่โดนตัดเงินแบบนี้ อาจทำให้เราเสียเงินโดยไม่รู้ตัว ไม่ว่าจะกี่ร้อยหรือกี่พันบาทก็ไม่ควรเหมือนกัน เพราะฉะนั้นการมี SMS แจ้งเตือนจะทำให้เรารู้การใช้เงินแบบเรียลไทม์ และหากมีอะไรผิดพลาดจะได้แก้ปัญหาได้ทันเวลา

รายงานผล

ทางธนาคารจะคอยติดตามผลว่าเราได้ไปยื่นเรื่องแล้วหรือยัง หลังจากนั้นก็จะขึ้นอยู่กับแต่ละธนาคารว่าใช้เวลาทำเนินการเท่าไร ตั้งแต่ประมาณหนึ่งสัปดาห์ไปจนถึงสามเดือน

ติดต่อแอปพลิเคชัน

ถึงแม้ว่าเราจะทำอะไรไม่ได้มาก แต่ก็ควรจะรายงานเข้าไปว่าเกิดการผิดพลาดนี้ขึ้น เผื่อว่าจะเกิดการเข้าใจผิดอะไร และเพื่อให้แอปพลิเคชันนั้น ๆ ได้รับรู้ความผิดพลาดของตัวเองเพื่อหาทางแก้ไขกันต่อไป

ความสะดวกสบายย่อมมาพร้อมกับความปลอดภัยที่ลดน้อยลงเหมือนกัน เพราะฉะนั้นผู้บริโภคอย่างเรา ๆ ต้องรักษาสิทธิ์ของตัวเองให้ดีนะ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *