กันยายน 21, 2021

ปลัด อ.แม่ริม เช็กบิล ฌอนไลฟ์โค้ช

เงินบริจาคดับไฟป่า ลุยสอบบัตรเครดิต

ปลัด อ.แม่ริม สาวลึกตรวจสอบเส้นทางการเงิน “ฌอน บูรณะหิรัญ” ไลฟ์โค้ชชื่อดัง ปมฉาวเงินบริจาคดับไฟป่า จ.เชียงใหม่ ส่วนผู้ใหญ่คนสนิทแฉฌอน อ้างไม่รู้ธรรมเนียมไทย เป็นไปไม่ได้และไม่ใช่เรื่องเข้าใจผิด ขณะที่ ผบช.ตม.เผย ช่วงนี้ด่าน ตม.ปิดทุกด่านเชื่อว่ายังเก็บตัวอยู่ที่ไทย ด้าน “วิชา” แนะฌอนต้องออกมาแจงข้อมูลให้ชัดเจน ผู้ที่มีความสงสัยสามารถแจ้งความฐานฉ้อโกงประชาชนได้ทันที

หลายหน่วยงานเร่งตรวจสอบนายฌอน บูรณะหิรัญ ไลฟ์โค้ชคนดังเกี่ยวกับเงินบริจาคช่วยดับไฟป่า จ.เชียงใหม่ ถึงแม้นว่านายฌอนจะโพสต์คลิปชี้แจงไปแล้ว แต่ยังมีอีกหลายประเด็นยังคลุมเครือเป็นที่น่าสงสัย กระทั่งตำรวจ สภ.ปากเกร็ด ออกหมายเรียกมาสอบปากคำในวันที่ 14 ก.ค. หากเข้าข่ายความผิดมีโทษ 3 ข้อหา ประกอบด้วย พ.ร.บ.เรี่ยไร พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และฉ้อโกงประชาชน ขณะที่ปลัดอำเภอแม่ริม จ.เชียงใหม่ ทำหนังสือเรียกนายฌอนเข้ามาพบด้วยเช่นกัน

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 9 ก.ค. นายบุญญฤทธิ์ นิปวณิชย์ ปลัดอำเภอแม่ริม จ.เชียงใหม่ เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบเส้นทางเงินบริจาค กับรูปแบบการช่วยเหลือหน่วยงานต่างๆของนายฌอน ในเรื่องนี้ตนเห็นในเฟซบุ๊กของนายฌอนระบุว่า เคยชี้แจงกับหน่วยงานราชการ จ.เชียงใหม่มาแล้วเมื่อวันที่ 2 ก.ค. และวันที่ 4 ก.ค. ตนอยากรู้ว่าเป็นใคร เพราะที่ อ.แม่ริมและ อ.เมืองเชียงใหม่ไม่ได้รับเรื่อง ขอให้สื่อช่วยติดตามด้วย ตนคงไปติดตามไม่ได้ เพราะเร่งตรวจสอบบัญชีบริจาคของนายฌอนมีจำนวนมาก และเมื่อตรวจบัญชีต่างๆเสร็จแล้ว ในวันที่ 10 ก.ค.ตนจะไปธนาคารกสิกรในตัวเมืองเชียงใหม่ เพราะนายฌอนเปิดบัญชีไว้ ขอตรวจบัตรเครดิต หากมีการใช้บัตรเครดิตในเรื่องนี้ปิดเกมได้เลย

ต่อมาผู้สื่อข่าวไปสอบถามผู้ใหญ่ที่อยู่ใน จ.เชียงใหม่ สนิทสนมกับนายฌอนเปิดเผยว่า มีผู้ใหญ่ติดต่อมาให้ช่วยดูแล และแนะนำนายฌอน ขณะมาใช้ชีวิตอยู่ที่ จ.เชียงใหม่ ครั้งแรกที่พบ นายฌอนบอกว่าอยากปักหลักอยู่ จ.เชียงใหม่ เพราะเป็นเมืองสงบร่มเย็น และชาวบ้านใช้ชีวิตเรียบง่าย ตนยังให้คำแนะนำไปหลายอย่าง แต่เมื่อเกิดเรื่องนี้ขึ้นมา นายฌอนพยายามขอความช่วยเหลือผู้ใหญ่ที่อยู่ในกรุงเทพฯ นายฌอนอ้างว่าเข้าใจผิดในเรื่องนี้ แต่ผู้ใหญ่รู้เจตนาของนายฌอน ไม่ใช่การเข้าใจผิด เพราะเรื่องที่เกิดขึ้น เป็นเรื่องคิดง่ายๆ จะมาบอกว่าไม่รู้ธรรมเนียมประเทศไทย เป็นไปไม่ได้ คนอย่างนี้ต้องเจอหนักๆไปเลย ตนยืนยันว่านายฌอนอยู่ที่กรุงเทพฯ มีผู้ใหญ่ให้ความช่วยเหลือและดูแลอยู่

สำหรับบรรยากาศร้านกาแฟเต่าคาเฟ่ ที่ถนนระแกง ต.หายยา อ.เมืองเชียงใหม่ เป็นร้านของนายฌอนยังปิดเงียบ จะมีเพียงคนที่ต้องการรู้เห็น และติดตามข่าวของนายฌอน บูรณะหิรัญ ผ่านไปถ่ายรูปเก็บไว้เพราะหน้าร้านตบแต่งสวยงาม

ขณะที่ พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. กล่าวว่า กรณีของนายฌอน บูรณะหิรัญ ยังไม่มีรายงานว่าออกจากประเทศไทย เพราะด่าน ตม.ตามกฎหมายปิดทุกด่าน แต่การหลบหนีช่องทางธรรมชาตินั้น ไม่แน่ใจ และสั่งการให้เพิ่มการคุมเข้มกวดขันตามแนวชายแดนอย่างเต็มกำลัง ความคิดเห็นส่วนตัวคาดว่ายังอยู่ในประเทศไทย

ด้านนายวิชา มหาคุณ ประธานกรรมการมูลนิธิต่อต้านการทุจริต กล่าวในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ด้านการต่อต้านการทุจริตระหว่างกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) และมูลนิธิต่อต้านการทุจริต ว่า เรื่องที่เป็นประเด็นใหญ่ขณะนี้คือการทุจริตรูปแบบเงินบริจาคเพื่อช่วยสังคม ตนมองว่าส่วนใหญ่พุ่งเป้าถึงการฉ้อโกงประชาชน และใช้ประชาชนกลุ่มเปราะบางเป็นเครื่องมือ โดยกล่าวอ้างว่ากำลังประสบปัญหา หรือกำลังได้รับความทุกข์ยากเดือดร้อน ทั้งนี้ ต้องยอมรับว่า คนไทยมีนิสัยเห็นอกเห็นใจ ทำอะไรด้วยความสงสาร เมื่อมีโครงการอะไรดีๆ มีผู้นำความคิดดีๆ ย่อมหลงเชื่อง่าย และทำตามกระแสสังคม กลายเป็นการถูกหลอกแบบง่ายดาย ฉะนั้นจะต้องไตร่ตรองถึงชนวนเหตุให้ดีก่อนว่าอะไรมีความน่าจะเป็นจริงหรือไม่

นายวิชาเปิดเผยอีกว่า ขณะนี้มีหลายรายถูกหลอกไปแล้ว ทั้งให้บริจาค ให้ลงทุนในกองทุนที่ตั้งขึ้นมาแบบลอยๆ โดยไม่มีของจริง อีกทั้งยังถูกลวงในลักษณะพาไปเที่ยว พาไปลงทุนที่โน่นที่นี่ ในที่สุดเสียเงินหลายร้อยล้านบาท ลักษณะนี้ถือเป็นแนวทางฉ้อโกง ดังนั้นถึงเวลาที่ประเทศไทย ต้องเปลี่ยนวัฒนธรรมด้วยการนำวิถี New Normal มาใช้ให้เป็นประโยชน์ หากจะไปลงทุนหรือจ่ายเงินเพื่อการกุศล ต้องพิจารณาให้ดีว่ามีจริงหรือไม่ เชื่อถือได้จริงหรือไม่ เมื่อให้ไปแล้วจะนำเงินไปใช้ต่ออย่างไร มีใบเสร็จหรือหนังสือรับรอง หรือมีหนังสือยืนยันหรือไม่ นอกจากนี้ขอฝากให้หน่วยงานที่ปราบปรามคนทุจริตหรือฉ้อโกง ต้องทำงานกันอย่างจริงจังและเด็ดขาด

“การทุจริตเหมือนเป็นโรคร้าย โรคระบาด เพราะฉะนั้นทุกคนต้องสะกิดกันว่า เงินที่ให้ไปนั้นรู้หรือไม่ว่านำไปทำอะไร อีกทั้งต้องช่วยกันตรวจดู หากเห็นท่าไม่ดีควรแจ้งตำรวจทันที หรือถ้าหากสงสัยการกระทำของนักการเมือง สามารถมาปรึกษากับมูลนิธิ หรือหน่วยงานต่างๆช่วยตรวจสอบ อย่างไรก็ตาม กรณีเงินบริจาคไปสู่บัญชีนายฌอน บูรณะหิรัญ ไลฟ์โค้ชชื่อดัง ต้องแสดงความรับผิดชอบ แจกแจงข้อมูลหลักฐานให้ชัดเจน ทั้งในส่วนที่บริจาคสู่สาธารณกุศล และเงินที่เหลือจะต้องคืน โดยเฉพาะเงินบริจาคจะหายไม่ได้ ทั้งนี้ ผู้ที่มีความสงสัยสามารถแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษฐานฉ้อโกงประชาชนได้ทันที” นายวิชากล่าว

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *