กรกฎาคม 4, 2020

“วิษณุ” แย้ม รับนักธุรกิจญี่ปุ่นเข้าไทยไม่เกินวันละ 100 คน รอ ศบค.เคาะ

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี แย้ม รับนักธุรกิจญี่ปุ่นเข้าไทย ไม่เกินวันละ 100 คน รอ ศบค.เคาะแนวทางความพร้อม ระบุ ‘พรรคก้าวไกล’ เสนอแก้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เป็นสิทธิ์ ส.ส.ทำได้ ปัด แสดงความเห็น

วันที่ 24 มิ.ย. นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังหารือกับ นายทาเคทานิ อัทสึชิ (Mr.Taketani Atsushi) ประธานองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น ณ กรุงเทพฯ (เจโทร) ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 24 มิ.ย.ที่ผ่านมา ว่าเจโทรได้แจ้งให้ทราบว่า อยู่ระหว่างการประสานงานและหารือกับกระทรวงการต่างประเทศ รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เกี่ยวกับการที่ประเทศไทยจะพิจารณาผ่อนปรนให้นักธุรกิจญี่ปุ่นที่มีความจำเป็นจะต้องติดต่อธุรกิจหรือเข้ามาเป็นผู้บริหารในประเทศไทย ว่าจะมีแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนอย่างไร ก่อนที่จะนำเสนอให้กับศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 พิจารณาเกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติต่อไป

ทั้งนี้ ทางเจโทรได้แจ้งว่า มีนักธุรกิจญี่ปุ่นที่มีความต้องการที่จะเข้ามาทำธุรกิจในประเทศไทยหลายพันคน ซึ่งตนได้แจ้งว่าหากเราเปิดประเทศเมื่อไรก็จะให้นักธุรกิจเข้ามา แต่จำกัดจำนวนวันละไม่เกิน 100 คน และต้องมีแนวงทางปฏิบัติที่ชัดเจน ส่วนจะมีการกักตัว 14 วันหรือไม่นั้น นายวิษณุกล่าวว่า เจโทรบอกว่านักธุรกิจที่จะเข้ามามี 2 ประเภท คือ กลุ่มที่เข้ามาเป็นผู้บริหาร หรือเข้ามาทำงานระยะยาวหลายเดือน หรือต้องอยู่เป็นปี กลุ่มนี้พร้อมที่จะกักตัวตามข้อกำหนด 14 วัน แต่ก็มีอีกกลุ่มที่เดินทางเข้ามาติดต่อธุรกิจในระยะสั้น อาจจะเพียง 2-3 วันเท่านั้น ซึ่งหากเรามีข้อยกเว้นให้ หรือมีข้อกำหนดที่เป็นหลักปฏิบัติพิเศษเขาก็ยินดี

นอกจากนี้ในเรื่องที่มีการหารือคือต้องการให้ไทยมีการเพิ่มสถานกักตัวทางเลือก

(Alternative State Quarantine) ซึ่งเป็นตัวเลือกในการกักตัวของนักธุรกิจต่างชาติที่จะเดินทางเข้ามายังประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันยังมีจำนวนน้อยอยู่ คือประมาณ 900 ห้องเท่านั้น ซึ่งทางเจโทรเสนอว่า ไทยควรมีการเพิ่มในส่วนนี้ เนื่องจากมีความต้องการมากกว่าพันห้อง ซึ่งก็ได้แจ้งให้เจโทรทราบว่าเรามีความพร้อมที่จะเพิ่มจำนวนได้หากมีความจำเป็น

ผู้สื่อข่าวถามว่า ต้องมีเงื่อนไขพิเศษที่จะรองรับนักลงทุนญี่ปุ่นตามที่นายกรัฐมนตรีเคยให้นโยบายว่าจะต้องพิจารณาเป็นพิเศษให้คนที่จะเข้ามาทำงานในประเทศไทย นายวิษณุกล่าวว่า ยังไม่ได้มีการพูดคุยกันเป็นพิเศษในวันนี้ แต่ต่อไปเขาอาจไปตั้งวงคุยกับกระทรวงการต่างประเทศอีกครั้ง

ส่วนการหารือกันในประเด็นอื่นๆ นายวิษณุกล่าวว่า เจโทรได้รายงานให้ทราบเกี่ยวกับดัชนีความเชื่อมั่นของนักธุรกิจและนักลงทุนญี่ปุ่นที่ทำธุรกิจในประเทศไทย ซึ่งเป็นการรายงานตามปกติทุก 6 เดือน ทั้งในส่วนของความเชื่อมั่นในระยะ 6 เดือนที่ผ่านมา และความเชื่อมั่นที่มีในระยะ 6 เดือนข้างหน้า ซึ่งมีแนวโน้มที่ดีแต่รายละเอียดยังเป็นความลับจนกว่าเจโทรจะมีการแถลงข่าวของเจโทร

นายวิษณุ ยังให้สัมภาษณ์กรณีที่มีกระแสวิจารณ์ว่า พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 เป็นกฎหมายที่รวบอำนาจไว้ที่นายกรัฐมนตรีมากเกินไป จนอาจไปลิดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชน จึงควรมีการแก้ไข ว่า “ก็ไม่ได้ว่าอะไร”

ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคก้าวไกล (ก.ก.) เตรียมเสนอร่าง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ฉบับใหม่เพื่อแก้ไขไม่ให้มีการรวมอำนาจไว้ที่นายกฯ มากเกินไปว่า นายวิษณุ กล่าวว่า ก็ทำไป ก็เป็นสิทธิ์ของ ส.ส. อยู่แล้ว จะแก้กฎหมายอะไรก็แก้ได้

เมื่อถามย้ำว่า ส่วนตัวนายวิษณุคิดว่าควรจะมีการแก้ไขเพิ่มเติมหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า “ไม่คิด ไม่คิดอะไร”

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *